ข่าวสารและกิจกรรม

เราได้ประมวลภาพ กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในทุกๆด้าน เพื่อสร้างความสามัคคีกลมเกลียวระหว่างชุมชนเเละโรงไฟฟ้าของเรา

“พลังงานลม” ทางเลือกใหม่ลดต้นทุนค่าไฟ

By : Categories : สาระน่ารู้ Comment: 0 Comment

ความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดดันของบรรยากาศและแรงจากการหมุนของโลก ถือปัจจัยก่อให้เกิดพลังงานลม จนเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป แต่ปัจจุบันทั้งหน่วยภาครัฐและเอกชนได้เล็งเห็นความสำคัญและนำพลังงานจากลม มาใช้ประโยชน์มากขึ้น เพราะเป็นพลังงานที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

จากประโยชน์ตรงนี้เอง เกียรติภูมิ สิริพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท โพเทนเชียลเอ็นเนอร์ยี จำกัด ได้ทำการศึกษาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เพื่อหวังช่วยประเทศในการลดต้นทุนการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยใช้พลังงานจากธรรมชาติที่ไม่ต้องหาซื้อมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ได้ อย่างยาวนาน

“กระบวนการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานลมต้องใช้ความเร็วลมขนาด 4 เมตรต่อวินาที แต่ถ้าต้องการให้ได้ระดับไฟฟ้าปริมาณมากอยู่ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี สามารถรับแรงลมอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 5 เมตรจ่อวินาที ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การผฃิตไฟฟ้าจากพลังงานลมมากที่สุด”

หลังได้เริ่มโครงการ จากกรณีศึกษาเทคโนโลยีของประเทศเยอรมนี เนื่องจากเยอรมนีมีโรงไฟฟ้าที่ผลิตจากลมสูงที่สุดในโลกประมาณ 2.7 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งไม่ต่างจากประเทศมากนัก เพราะเยอรมนีอยู่ใกล้โซนทะเลและขั้วโลก ขณะที่ประเทศไทยจะเป็นลมร้อนแรงของลมและความเร็วลม โดยตั้งเสากังหันวัดแรงลม ความสูงที่ 63 เมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ขนาด 800 กิโลวัตต์ หรือเท่ากับ 4.8 เมกะวัตต์ ถ้าเปรียบเทียบ 1 เมกะวัตต์ จะมีไฟฟ้าใช้ได้ถึง 3-4 หมู่บ้าน หรือได้ 4.8 เมกะวัตต์ เท่ากับหนึ่งตำบล

“นับเป็นโอกาสที่ดีที่รัฐบาลตอบรับเป็นอย่างดี โดยกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมที่ดิน ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ เพราะเล็งเห็นว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและช่วยลดต้นทุน ไม่ต้องเสียดุล ไม่ต้องซื้อเชื้อเพลิง ช่วยรักษาระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”

เขามองว่า หากเปรียบเทียบราคายูนิตไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ถ้าผลิตไฟฟ้าแจกเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ 15-20 บาท แต่หากผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ราคาไม่ถึง 10 บาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 บาท แต่คุณภาพไม่แตกต่างกัน โดยประโยชน์ที่ได้รับจากการผลิตพลังงานลมเป็นไฟฟ้า คนไทยจะใช้น้ำมันถูกลงและประเทศไทยจะสามารถมีพลังงานใช้ไปได้อีกหลายสิบปี และประโยชน์อีกด้านหนึ่งคือ ลดต้นทุนการค้าในการนำเข้าเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีประเทศไทยโตขึ้นเช่นกัน

“ล่าสุดได้รับอนุมัติเงินสนุบสนุนโครงการพลังงานลม ขนาด 4.8 เมกะวัตต์ จากผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่ ในสัดส่วน 65% หรือประมาณ 117 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 35% จะเป็นผู้พัฒนาโครงการจากประเทศเยอรมนี และเจ้าของรีสอร์ทในเกาะเต่าที่ลงทุน 63 ล้านบาท รวม 180 ล้านบาท ขณะที่โพเทนเชียลเอ็นเนอร์ยี ได้ร่วมระดมทุนให้โครงการและลงทุนบางส่วน นอกจากนี้จะได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารอีก 420 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 600 ล้านบาท โดยโครงการนี้จะผลิตไฟฟ้าได้ 14-15 ล้านหน่วยต่อปี คิดเป็นรายได้ปีละประมาณ 115 ล้านบาท หักค่าบำรุงรักษาและเดินเครื่องปีละ 5 ล้านบาท จะมีกำไรจากการดำเนินงานประมาณปีละ 110 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้สามารถคืนทุนได้ประมาณ 6 ปั โดยโครงการนี้ช่วยลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งในปัจจุบันใช้น้ำมันดีเซลถึงหน่วยละ 10-12 บาท มีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลสูง ถึงหน่วยละ 18-20 บาท และหากโครงการดังกล่าวสำเร็จจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 14-15 ล้านหน่วย จะช่วยประเทศชาติประหยัดเงินได้ถึงปีละ 150-200 ล้านบาท

พลังงานลม จึงนับเป็นอีกพลังงานทางเลือกในการผลิตกระแสไฟฟ้าแทนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับประเทศไทยในยุคน้ำมันแพง

“พลังงานลม” ทางเลือกใหม่คนไทย ลดต้นทุนค่าไฟ-รักษาสิ่งแวดล้อม: โดย….สุรีตน์ อัตตะ